แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เพื่อชีวิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เพื่อชีวิต แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2559

ประวัติ น้อง คาราบาว (ศยาพร สิงห์ทอง)



นาย ศยาพร สิงห์ทอง (น้อง)
เกิดเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2506
ภูมิลำเนาเดิม 61/1017 หมู่ 2 ตำบลท่าตลาด อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

ระดับการศึกษา : ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ป.ว.ส.)
ตำแหน่งในวงคาราบาว : Percasion , ประสาน
ประสบการณ์ก่อนร่วมกับคาราบาว : เล่นดนตรีตามผับ, ร่วมงานกับวงฟรีเบิร์ด, ฤทธิพร อินสว่าง, พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ, อี๊ด โอภากุล
ร่วมงานกับคาราบาว : คาราบาวชุดที่ 13 ช้างไห้

มุมมองกับคาราบาว : เป็นตัวอย่างของเพลงเพื่อชีวิตและการต่อสู้
บทเพลงที่ชื่นชอบ : ทุกบทเพลงของคาราบาว เพราะว่ามีความหมายและมีสาระ แล้วก็สอนให้ทุกคนต่อสู้กับชีวิต สะท้อนสังคม
ศิลปินต้นแบบ : พี่ๆ ในวงคาราบาวทุกคน 
ชีวิตส่วนตัว น้องสมรสแล้วและมีลูกสาวหนึ่งคนชื่อเล่นว่า อะตอม น้องได้ขอลาออกจากวงไปในปี พ.ศ. 2550 เนื่องจากป่วยเป็นระยะเวลานาน และได้เสียชีวิตไปในเวลาเช้าของวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2557


ประวัติ โก้ คาราบาว (ชูชาติ หนูด้วง)

ชูชาติ หนูด้วง หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ โก้ คาราบาว มือกลองของวงคาราบาว มีชื่อเล่นว่า โก้ เกิดเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 (68 ปี) ที่กรุงเทพมหานคร เป็นชาวไทยมุสลิม จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย


โก้ ตีกลองในแนวเฮฟวี่ เมทัลและเคยร่วมเป็นสมาชิกในวงดนตรีเฮฟวี่ เมทัลต่าง ๆ มาแล้ว เป็นจำนวนมาก เช่น นิวเวฟ, คาไลโดสโคป, ชัคกี้ ธัญญรัตน์ และ บลู  พลาเน็ต เป็นต้น




เข้าร่วมวงคาราบาวในหน้าที่มือกลองอัลบั้มชุดที่ 11 วิชาแพะ ในปี พ.ศ. 2534 และเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการในอัลบั้ม สัจจะ ๑๐ ประการ จนถึงปัจจุบัน



ประวัติ อ้วน คาราบาว (ธนะสิทธิ์ พันธุ์พงษ์ไทย)

ธนะสิทธิ์ พันธุ์พงษ์ไทย หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ อ้วน คาราบาว เป็นสมาชิกคนล่าสุดของวงคาราบาว เดิมมีชื่อว่า เทพผจญ พันธุ์พงษ์ไทย มีชื่อเล่นว่า อ้วน เกิดเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2516 ที่อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา จบการศึกษาศิลปศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม

อ้วนมีความผูกพันกับคาราบาวมาตั้งแต่ยังเด็ก เมื่อน้าของอ้วนเปิดเพลงเพื่อชีวิต รวมทั้งเพลงของคาราบาวให้ได้ยินมาตั้งแต่เด็ก ๆ เฉพาะคาราบาวน้าเปิดเพลงในอัลบั้มชุดที่ 4 ของวงคาราบาว คือ ท.ทหารอดทน
เริ่มต้นการเล่นดนตรีจากการเป็นนักดนตรีในวงดุริยางค์ เมื่อเข้าเรียนชั้นประถมศึกษา ที่จังหวัดนครราชสีมาซึ่งเป็นบ้านเกิดของอ้วนเอง
อ้วนเล่นดนตรีในฐานะนักดนตรีอาชีพ ด้วยการเป็นแบ๊คอัพให้กับนักร้องในบริษัทแกรมมี่หลายคน เช่น แอม - เสาวลักษณ์ ลีละบุตร, ตั้ม - สมประสงค์ สิงหวนวัฒน์, ก้อย - ศรัณย่า ส่งเสริมสวัสดิ์, ปั่น - ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว หรือ หนู มิเตอร์ ในชื่อวง Power


มีโอกาสเข้าร่วมงานกับคาราบาวครั้งแรก จากการชักชวนของดุก - ลือชัย งามสม ในการบันทึกเสียงเพลงประกอบการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 เมื่อปี พ.ศ. 2541 ที่กรุงเทพมหานครเป็นเจ้าภาพ โดยอ้วนเป็นมือกลอง อีกทั้งยังได้เรียนรู้ทฤษฎีดนตรีเพิ่มเติมจากบรูซ แกสตัน แห่งวงฟองน้ำอีกด้วย
ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2545 เมื่อโก้ - ชูชาติ หนูด้วง มือกลองของวงป่วยเป็นโรคปลายเส้นประสาทอักเสบ ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล ตรงกับช่วงเวลาที่คาราบาวกำลังจะทำอัลบั้มพิเศษชุด คาราบาว อินเตอร์ อ้วนจึงมาทำหน้าที่มือกลองแทน และได้รับการตอบรับเป็นสมาชิกจาก แอ๊ด - ยืนยง โอภากุล หัวหน้าวง เมื่อได้หยิบขลุ่ยขึ้นมาเป่าขณะเล่นคอนเสิร์ตที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เนื่องจากเล็งเห็นถึงความสามารถ อ้วนจึงกลายมาเป็นสมาชิกของคาราบาวอย่างเต็มตัว และถือเป็นสมาชิกที่มีอายุน้อยที่สุด
ในคอนเสิร์ต 20 ปี คาราบาว เรื่องราวของคน ดนตรี และเขาควาย เมื่อต้นปี พ.ศ. 2546 นั้น อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี อดีตสมาชิกซึ่งปกติจะเป็นผู้เป่าขลุ่ยและแซกโซโฟนเกิดติดธุระสำคัญที่ประเทศญี่ปุ่น ไม่อาจมาร่วมแสดงได้ อ้วนจึงรับหน้าที่นี้แทน โดยมีเวลาฝึกแซกโซโฟนก่อนคอนเสิร์ตจะเริ่มเพียง 3 วันเท่านั้น

ปัจจุบัน อ้วน รับหน้าที่ทั้งเล่นกลอง, คีย์บอร์ด, ขลุ่ย, แซกโซโฟน ตลอดจนร้องประสานด้วย รวมทั้งร้องนำในเพลง สุรชัย 3 ช่า โดยเสมือนตัวแทนของ สุรชัย จันทิมาธร หรือ หงา คาราวาน โดยมีนักดนตรีในดวงใจ คือ อากิระ จิมโบ มือกลองแห่งวง Casiopea วงฟิวชั่นแจ๊สของประเทศญี่ปุ่น

ประวัติ หมี คาราบาว(ขจรศักดิ์ หุตะวัฒนะ)

ขจรศักดิ์ หุตะวัฒนะ หรือ หมี คาราบาว เกิดวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2509 (49 ปี) ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีชื่อเล่นว่า หมี เป็นมือกีตาร์ของวงคาราบาวในยุคปัจจุบัน เข้าร่วมวงกับคาราบาวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 จากอัลบั้ม ช้างไห้

หมีมีสไตล์การเล่นกีตาร์ที่ดุดัน เช่น เพลง แร้งคอย, เช กูวาร่า, เปาบุ้นจิ้นกับคนตัดไม้, แม่สาว, เต่า, หลวงพ่อคูณ ถือได้ว่าเป็นผู้ที่ทำให้คาราบาวเปลี่ยนจากดนตรีแนวเพื่อชีวิตแท้ ๆ ให้กลายเป็นแนวร็อก เห็นได้ชัดในเพลง ลุงขี้เมา ที่มีการเล่นเป็นร็อกแตกต่างจากในอดีตที่เล็ก - ปรีชา ชนะภัย เล่น ชอบเล่นในสไตล์บลู ฟั๊งก์ ในอดีตเคยเป็นมือกีตาร์ของฤทธิพร อินสว่าง และวง Up the earth band และนอกจากเล่นกีตาร์ได้ดีแล้วยังเล่นแมนโดลินได้อีกด้วย



ชีวิตส่วนตัว สมรสแล้วมีลูกสาว 2 คนคือ ดาเรศ หุตะวัฒนะ และ ดารารัตน์ หุตะวัฒนะ ซึ่งปัจจุบันเป็นคอรัสให้กับคาราบาว และยังขายสุนัขที่ตลาดนัดสวนจตุจักร


ประวัติ ดุก คาราบาว (ลือชัย งามสม)

ลือชัย งามสม หรือ ดุก คาราบาว เป็นมือคีย์บอร์ด ของวงคาราบาว เกิดเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2496 ที่จังหวัดชลบุรี ร่วมงานกับวงคาราบาวตั้งแต่อัลบั้ม วิชาแพะ ในปี พ.ศ. 2534 จนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังเล่นคีย์บอร์ดในอัลบั้มเดี่ยวชุดหลัง ๆ ของ ยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว อีกด้วย

ดุก คาราบาว จบการศึกษาจากโรงเรียนสัตหีบ จังหวัดชลบุรี จากนั้นจึงศึกษาต่อด้านดนตรี ที่โรงเรียนดนตรีสยามกลการ กรุงเทพมหานคร โดยเข้าร่วมวงดนตรีอาชีพครั้งแรกกับวงที่ชื่อสไปเดอร์ ตระเวนเล่นตามที่ต่าง ๆ จากนั้นอีก 5 ปีต่อมา ในปี พ.ศ. 2519 จึงร่วมก่อตั้งวงดนตรีที่ชื่อมิชชั่น ร่วมกับ ปรีชา ชนะภัย (เล็ก คาราบาว ) และสุเทพ ปานอำพัน (เอ็ดดี้ ผู้ซึ่งต่อมากลายเป็นมือเบส วงซูซู) หลังจากเล็กได้ย้ายไปอยู่กับวงเพรสซิเดนท์ ทำให้ในเวลาต่อมามิชชั่น ตัดสินใจยุบวงในปี พ.ศ. 2525 และดุก ก็ย้ายไปเล่นให้วงแคนดี้ในช่วงสั้น ๆ ต่อมาจึงก่อตั้งวง ทราน สยามขึ้นในปี พ.ศ. 2526 และได้รับรางวัลรองแชมป์อันดับ 1 ถ้วยพระราชทานการประกวดวงดนตรี 350 วง ทั่วประเทศ ในปี พ.ศ. 2527 ปี พ.ศ. 2530 ออกจากวง ทรานสยาม โดยศึกษาด้าน Sequencer กับเล็ก และได้ร่วมงานกับศิลปินหลาย ๆ คนเช่นหงา คาราวาน, พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ



ปี พ.ศ. 2534 ได้ร่วมงานกับ คาราบาวเป็นครั้งแรก โดยการชักชวนของเล็กในช่วงที่สมาชิกคาราบาวในขณะนั้นแยกตัวออกมาหลายคน โดยทำหน้าที่เล่นคีย์บอร์ด ในอัลบั้ม วิชาแพะ และได้เป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการของวงในชุด สัจจะ ๑๐ ประการ โดยบทบาทในวงของดุกจะเป็นมือคีย์บอร์ดและแอคคอร์เดียน โดยไม่ได้เป็นนักร้องหลัก แต่ทำหน้าที่ประสานเสียง แต่ก็มีบางเพลงในสตูดิโออัลบั้มหรืออัลบัมพิเศษของสมาชิกในวง ที่ดุกเป็นนักร้องหลักให้ เช่น ร่มนักรัก ในอัลบั้ม ภูผาหมอก ของ เล็ก ในปี พ.ศ. 2535 หรือ โลกร้อน ในอัลบั้ม ลูกลุงขี้เมา ในปี พ.ศ. 2550 เป็นต้น เนื่องจากมีน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ ฟังดูคล้ายคนขี้เล่น อารมณ์ดีตลอดเวลา จึงทำให้ดุกมีบทบาทเป็นเสมือนสีสันของวงเมื่อแสดงคอนเสิร์ตเช่นเดียวกับ อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ในอดีต ชีวิตส่วนตัว สมรสแล้ว นอกจากการเป็นนักดนตรี และมีห้องบันทึกเสียง รับอัดรายการแล้วยังรับจัด event อีกด้วย

ประวัติ รัช คาราบาว (ไพรัช เพิ่มฉลาด)

ไพรัช เพิ่มฉลาด อดีตสมาชิกวงคาราบาว เคยมีผลงานร่วมกับวง 2 ชุด คือ ชุด "ท.ทหารอดทน" ในปี พ.ศ. 2526 และ "เมด อิน ไทยแลนด์" ในปี พ.ศ. 2527


ไพรัช มีชื่อเล่นว่า "หนุ่ม" (แต่นิยมเรียกกันในวงว่า "รัช") เกิดเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2490 ที่จังหวัดเชียงราย เป็นนักดนตรีแบ๊คอัพในห้องอัดของอโซน่า เข้าร่วมวงคาราบาวจากการชักชวนของ อาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี โดยเข้าร่วมวงในตำแหน่งมือเบส และกีตาร์ พร้อมกับตัวอ.ธนิสร์เอง, เทียรี่ เมฆวัฒนา และ อำนาจ ลูกจันทร์ (เป้า) ทั้งนี้เนื่องจาก อนุพงษ์ ประถมปัทมะ (อ๊อด) มือเบสอีกคนจากวงเพรสซิเดนท์ที่ได้มีการชักชวนมาก่อนหน้านั้นติดการเล่นอยู่กับวงเพรสซิเดนท์ที่สหรัฐอเมริกา ไพรัชจึงเข้ามาในวงเสมือนตัวแทนของอ๊อด จึงมีผลงานเพียง 2 ชุดเท่านั้นกับวงแต่กลับเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศจากอัลบั้มเมด อิน ไทยแลนด์ ที่สามารถทำยอดขายได้ถึง 5,000,000 ตลับ นอกจากนั้นไพรัชยังได้มีส่วนร่วมกับอัลบั้มชุด กัมพูชา ซึ่งเป็นอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกของ ยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว ซึ่งเป็นหัวหน้าวงอีกด้วย



ไพรัช เพิ่มฉลาด เสียชีวิตลงในกลางปี พ.ศ. 2549 ด้วยโรคมะเร็งที่ลิ้น รวมอายุได้ 58 ปี


ประวัติ อ๊อด คาราบาว (เกริกกำพล ประถมปัทมะ)

เกริกกำพล ประถมปัทมะ หรือที่รู้จักในชื่อ อ๊อด คาราบาว (ชื่อเดิม: อนุพงษ์ ประถมปัทมะ) เป็นอดีตสมาชิกวงเพรสซิเดนท์ และได้เป็นสมาชิกของวงคาราบาวในตำแหน่งมือเบสตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 โดยอ๊อด คาราบาวโด่งดังจากการร้องเพลงกระถางดอกไม้ให้คุณ ในอัลบั้มเวลคัม ทู ไทยแลนด์เมื่อปี พ.ศ. 2530

อ๊อด คาราบาว เกิดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2494 ที่อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ และจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริย์ จากนั้นได้เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวาย อ๊อดเล่นกีตาร์เบสอยู่กับวงเพรสซิเดนท์พร้อมกับ เล็ก - ปรีชา ชนะภัย ซึ่งเป็นมือกีตาร์ โดยมีผลงานอัลบั้ม สายลมลวง และ เด็กฮาร์ทฉันไม่สน ที่สร้างชื่อเสียงให้กับวงเพรสซิเดนท์ ต่อมาทั้งวงจึงได้เล่นเป็นดารารับเชิญในภาพยนตร์เรื่อง ปล.ผมรักคุณ ในปี พ.ศ. 2526 พร้อมกับวงคาราบาวที่กำลังโด่งดังจากอัลบั้ม ท.ทหารอดทน
อ๊อด ได้ร่วมงานกับคาราบาวเป็นครั้งแรก เมื่อเล็ก - ปรีชา ชนะภัยได้เข้ามาร่วมกับวงคาราบาวขณะออกอัลบั้ม แป๊ะขายขวด ในปี พ.ศ. 2525 เล็ก จึงได้ชวนวงเพรสซิเดนท์ซึ่งมีอ๊อดเล่นเบสอยู่ให้มาเล่นแบ๊คอัพและออกทัวร์คอนเสิร์ตร่วมกับคาราบาวในอัลบั้มนี้ด้วย ต่อมา แอ๊ด - ยืนยง โอภากุล จึงชวนอ็อดให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของวงคาราบาวในอัลบั้ม ท.ทหารอดทน ในปี พ.ศ. 2526 อ๊อดรับปากแต่ยังติดทัวร์คอนเสิร์ตที่สหรัฐอเมริกากับวงเพรสซิเดนท์ ตำแหน่งมือเบสของวงจึงเป็นของ ไพรัช เพิ่มฉลาด
อ๊อดได้ก้าวเข้าสู่การเป็นสมาชิกวงคาราบาวอย่างเป็นทางการหลังจากกลับมาจากทัวร์คอนเสิร์ตกับวงเพรสซิเดนท์ในต้นปี พ.ศ. 2528 โดยอ๊อดได้ร่วมทัวร์คอนเสิร์ตกับวงคาราบาวระหว่างที่กำลังออกอัลบั้ม เมด อิน ไทยแลนด์ ในฐานะสมาชิกใหม่ของวงคาราบาว แทนที่ ไพรัช เพิ่มฉลาด มือเบสคนเดิม ซึ่งอัลบั้มนี้ทำให้คาราบาวแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวเนื่องจากสามารถทำยอดขายได้ถล่มทลายถึง 5,000,000 ตลับ และอ๊อดยังได้ขึ้นคอนเสิร์ตทำโดยคนไทย ซึ่งคอนเสิร์ตในครั้งนั้นมีผู้ชมมากกว่า 60,000 คน จากความสำเร็จเหล่านี้ทำให้คาราบาวทั้งวงรวมทั้งอ๊อดได้แสดงภาพยนตร์เรื่อง เสียงเพลงแห่งเสรีภาพ ในปี พ.ศ. 2528
บทบาทในวงคาราบาวของอ๊อด คือ การเป็นมือเบสและร้องประสานเสียง แม้ไม่ใช่นักร้องนำ แต่ในอัลบั้ม เวลคัม ทู ไทยแลนด์ ซึ่งวางจำหน่ายในปี พ.ศ. 2530 อ๊อดได้รับหน้าที่ร้องนำในวงเป็นครั้งแรก คือเพลง กระถางดอกไม้ให้คุณ ที่มีเนื้อหาน่ารัก ๆ ทำนองสบาย ๆ ว่าด้วยการที่อ๊อดเป็นคนที่มีใจรักในเสียงเพลง ฝึกซ้อมดนตรีอยู่เป็นประจำ แต่ไม่เคยร้องเพลงเลยแม้สักเพลง เพลงนี้จึงเป็นเพลงแรกและเพลงสุดท้ายในชีวิตของอ๊อดที่จะได้ยินได้ฟัง แต่ดันร้องผิดที่ผิดเวลาและผิดคีย์ จึงโดนกระถางดอกไม้ปาใส่ จากการเขียนเนื้อร้องและทำนองโดยแอ๊ด - ยืนยง โอภากุล ซึ่งเพลงนี้กลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวอ๊อดและได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งเพลงนี้ยังมีการทำเป็นมิวสิกวิดีโอ โดยอ๊อดเล่นเป็นพระเอกเองอีกด้วย
อ๊อด ไว้เครามาตั้งแต่ยังหนุ่ม เป็นคนที่มีบุคลิกยิ้มง่าย ขี้อาย เป็นสมาชิกวงคาราบาวเพียงคนเดียวที่ไม่เคยแยกออกจากวงรวมทั้งไม่เคยออกอัลบั้มของตัวเองมาเลยแม้แต่ชุดเดียว ชีวิตส่วนตัวสมรสแล้ว มีบุตรสาวหนึ่งคนและบุตรชายอีกหนึ่งคน ปัจจุบันมีบ้านพักอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
จนถึงปี พ.ศ. 2532 หลังออกอัลบั้มทับหลัง วงคาราบาวจึงแตกและมีสมาชิกทยอยออกจากวงไปหลายคน แต่อ๊อดเป็นเพียงสมาชิกคนเดียวที่ยังคงอยู่กับวงพร้อมกับแอ๊ด - ยืนยง โอภากุล ในอัลบั้มชุดที่ 10 ห้ามจอดควาย ซึ่งวางจำหน่ายในปี พ.ศ. 2533 อ๊อดจึงได้ร้องอีกเพลงหนึ่งคือเพลง ปอดแหก และในปีพ.ศ. 2534 ในอัลบั้ม วิชาแพะ อ๊อดได้ถ่ายรูปลงหน้าปกอัลบั้มพร้อมกับแอ๊ด - ยืนยง โอภากุล 
และเล็ก - ปรีชา ชนะภัย และได้ร้องเพลงอีกหนึ่งเพลง คือเพลง ลุงหริ






ประวัติ เป้า คาราบาว (อำนาจ ลูกจันทร์)



อำนาจ ลูกจันทร์ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ เป้า คาราบาว เกิดเมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2492 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นอดีตมือกลองของวงคาราบาว โดยเป็นมือกลองคนแรกของวง และเคยออกอัลบั้มเพลงร่วมกับเทียรี่ เมฆวัฒนา เป้า คาราบาว เป็นคนที่มีรูปร่างเล็ก มีส่วนสูงต่ำกว่า 160 เซนติเมตร เป้า จบการศึกษาชั้นมัธยมจากโรงเรียนพระโขนง (ปัจจุบันคือโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย) จากนั้นได้เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนดุริยางค์ทหารเรือ และเริ่มต้นชีวิตนักดนตรีครั้งแรกด้วยการรับราชการในกองดุริยางค์ทหารเรือ ได้รับยศ จ่าเอก (จ.อ.) มีหน้าที่สอนดนตรีประเภทเครื่องตี และใช้เวลาว่างจากรับราชการมาเล่นตามคลับและบาร์ต่าง ๆ ในเวลากลางคืน นอกจากนี้ในช่วงบ่ายยังเป็นนักดนตรีเล่นแบ็คอัพในห้องอัดเสียงต่างๆ โดยเริ่มเล่นในแนวป๊อปแจ๊ส และฟิวชั่นแจ๊ส ซึ่งนับว่าเป็นนักดนตรีคนหนึ่งในแนวฟิวชั่นแจ๊สรุ่นบุกเบิกของไทย ในขณะที่เป็นนักดนตรีแบ็คอัพนั้น เป้าได้บันทึกเสียงกลองและเล่นแบ็คอัพให้กับศิลปินในยุคนั้นอย่างมากมาย เช่นวง PM5 ที่มี ดอน สอนระเบียบ นักร้องชื่อดังเป็นนักร้องนำ รวมถึงศิลปินเพลงลูกกรุงอย่างสวลี ผกาพันธุ์, สุเทพ วงศ์กำแหง, ศรีไศล สุชาติวุฒิ อำนาจ ลูกจันทร์ ได้เข้าร่วมวงคาราบาวในฐานะมือกลองและเพอร์คัสชั่นในปี พ.ศ. 2526 ในชุด ท.ทหารอดทน อันเป็นอัลบั้มชุดที่ 4 ของคาราบาว พร้อมกับ เทียรี่ เมฆวัฒนา, อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี และ ไพรัช เพิ่มฉลาด ซึ่งเป็นเพื่อนนักดนตรีร่วมห้องอัดเดียวกัน จากนั้นได้ออกจากราชการทหารเรืออย่างเต็มตัว นับได้ว่าเป้าประสบความสำเร็จ และมีชื่อเสียงให้กับวงคาราบาวอย่างมากในฐานะมือกลองจากความสำเร็จของอัลบั้ม เมด อิน ไทยแลนด์ ที่สามารถทำยอดขายได้ถึง 5,000,000 ตลับ ซึ่งเป็นยอดขายอัลบั้มที่สูงที่สุดในประเทศไทย และได้เล่นคอนเสิร์ตใหญ่ของวงหลายครั้งเช่น คอนเสิร์ตทำโดยคนไทย ที่สนามกีฬาเวโลโดรม หัวหมาก ในต้นปี พ.ศ. 2528 ที่มีผู้ชมมากกว่า 60,000 คน โดยเป้าได้โซโล่กลองเพลง ท.ทหารอดทน เพื่อเปิดคอนเสิร์ต, คอนเสิร์ตรับใช้ชาติ ที่สวนสยาม ซึ่งเป็นภาคต่อของคอนเสิร์ตทำโดยคนไทย และยังได้ออกทัวร์คอนเสิร์ตที่สหรัฐอเมริกาอีกด้วย
บทบาทของเป้าในวง คือ การเป็นมือกลองและเพอร์คัสชั่นโดยไม่ได้ร้องเพลงหรือร้องประสานเสียง เรียกได้ว่าเป็นสมาชิกเพียงคนเดียวของวงที่ไม่เคยร้องเพลงหรือร้องประสานเสียงเลยแม้แต่เพลงเดียว ในปี พ.ศ. 2533 เป้า พร้อมเทียรี่ และอ.ธนิสร์ ได้แยกออกมาจากวงหลังออกอัลบั้มชุดที่ 9 ทับหลัง และต่อมาได้ออกอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกในชีวิตของพวกตน ชื่อชุด ขอเดี่ยวด้วยคนนะ ซึ่งเป้าก็ทำหน้าที่ตีกลองและเพอร์คัสชั่นโดยไม่ได้ร้องเพลงหรือร้องประสานเสียงอีกเช่นเคย แต่ได้แต่งเพลงไว้หนึ่งเพลงในอัลบั้มคือเพลง ศึกบางระจัน จากนั้น ทั้งเป้า เทียรี่ และ อ.ธนิสร์ ก็ได้แยกย้ายกันไปตามเส้นทางชีวิตของแต่ละคน ต่อมาในปี พ.ศ. 2541 ก็มีผลงานเดี่ยวของตัวเองครั้งแรก ชื่อชุด นักร้องจำเป็น ร่วมกับวงการบูร และต่อมา เป้ามีกิจการส่วนตัวคือ ผลิตเพอร์คัสชั่นจำหน่าย ในยี่ห้อ Pearl และเปิดโรงเรียนสอนดนตรีที่บ้านของตนเอง เน้นในเครื่องดนตรีประเภทตีและประกอบจังหวะ และยังมาร่วมงานกับคาราบาวเป็นประจำเมื่อมีคอนเสิร์ตครั้งสำคัญ ๆ ในวันที่ 1 - 2 ธันวาคม พ.ศ. 2550 ในคอนเสิร์ต 25 ปี คาราบาว บาวเบญจเพส ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เป้า คาราบาว ได้ขึ้นคอนเสิร์ตเป็นแขกรับเชิญของวง และได้ร้องเพลงในคอนเสิร์ตของคาราบาวเป็นครั้งแรกในเพลง ร้านเหล้าริมทาง โดยเป็นเพลงแรกและเพลงเดียวที่เป้าร้องให้กับวงคาราบาว ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2551 เป้าป่วยเป็นอัมพฤกษ์ซึ่งเป็นผลจากการผ่าตัดหมอนรองกระดูกต้นคอและทำบอลลูนหัวใจ ทำให้แขนไม่มีแรงพอที่จะตีกลองได้หนัก ๆ เหมือนเก่า และมีชีวิตความเป็นอยู่ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากแยกออกมาอยู่ลำพังเพียงคนเดียว ภรรยาที่แต่งงานอยู่กินกันมานานกว่า 40 ปี ก็แยกทางกันไป แต่ก็ยังได้รับเชิญไปเป็นนักดนตรีพิเศษเล่นในกรณีสำคัญต่าง ๆ และเป็นอาจารย์พิเศษทางสถาบันดนตรีบางแห่ง เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2552 เป้าได้เข้ารับการผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท และทำบอลลูนหัวใจที่โรงพยาบาลตากสิน ทำให้ไม่สามารถเดินได้เหมือนปกติ โดยต้องนั่งบนรถเข็นและหากยืนนาน ๆ ต้องใช้ไม้เท้าช่วย ทำให้ไม่สามารถเล่นดนตรีได้ ต่อมาในวันที่ 22 ตุลาคม ปีเดียวกันนั้น ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งให้เป้าเป็นบุคคลล้มละลายอันเนื่องจากหนี้สินจำนวนมากที่ไม่สามารถชดใช้ได้จากการทำธุรกิจแล้วล้มเหลวจากการกู้ยืมเงินจากธนาคาร แต่ศาลเห็นว่าเป้าและภรรยาเก่ายังมีหนทางเจรจาไกล่เกลี่ยกันได้ ศาลจึงมีคำสั่งเลื่อนนัดพร้อมคู่ความออกไปเป็นวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 เวลา 09:30 น.